ในการการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยของประเทศสหรัฐอเมริการ จะแบ่งออกเป็น 3 แบบ ซึ่งเด็กไทยจะสับสนเป็นอย่างมากเพราะการนับเทอมเรียนที่แตกต่างจากระบบของการเรียนที่สหรัฐ
การรับสมัครในช่วงทั้งสี่แบบจะเป็นการแบ่งโดยใช้ความพร้อมในการสมัคร ของเด็กที่เพิ่งขึ้นม.6 (College Readiness) ก็คือหากนักเรียนมีเกรดรวมของชั้นม.3-5 และมีผลสอบ SAT ที่มหาลัยขอ นักเรียนม.6คนนี้ก็สามารถสมัครได้เลย ใครพร้อมหรือใครมีผลสอบ SAT ตามที่มหาลัยต้องการก็สมัครได้เลย
**การสมัครเรียนมหาลัยของอเมริกาไม่ได้จำกัดว่านักเรียนต้องจบ ม.6 มาก่อน
1) ระบบเปิดรับนักเรียนล่วงหน้า (Early Admission)
Early Decision (ED)
มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะเปิดรับสมัครตั้งแต่ สิงหาคมของทุกปีสำหรับนักเรียนที่ต้องการสมัครแบบ Early Decision นักเรียนจะสมัครEarly Decision ได้เพียง 1มหาลัย และหากติดมหาลัยที่สมัคร ED จะถือว่าเป็นเอกสารสัญญา (Binding Legal) ว่าจะเข้ามหาลัยนี้และไม่สามารถเข้ามหาลัยที่อื่นได้
นักเรียนจะต้องยื่นเอกสารใบสมัครในเดือนสิงหาคม และจะส่งเอกสารที่เหลือภายในเดือนตุลาคม เช่น 1.) ใบรับรองของครูแนะแนวของโรงเรียน 1 ฉบับ 2.)ใบรับรองจากครูใกล้ชิด 2-3ฉบับ 3.)ใบเกรด SAT และ Toefl 4.) ใบรับรองเกรดจากโรงเรียนม.ปลายจนถึงม.6เทอม1 และจะได้รับคำตอบภายในเดือนธันวาคม
Early Action (EA)
Early Action จะเปิดรับใบสมัครช่วงเดียวกับ Early Decision แต่จะแตกต่างตรวงที่ว่า Early Action จะไม่มีข้อผูกมัดหากติดที่สถาบันนี้ ซึ่งหากมหาลัยเปิดให้มีทั้ง Early Decision และ Early Actionพร้อมกัน โดยเขาพิจารณาใบสมัครของEarly Decision และรับนักเรียนกลุ่ม ED เข้าก่อนที่จะพิจารณาใบสมัครของ EA โดยผลการพิจารณาของมหาลัยจะส่งมาถึงมือนักเรียนไม่เกินกลางเดือนธันวาคม
Restrict Early Action
มหาวิทยาลัยดังๆ ที่อยู่ใน Top 50 เช่น Havard University หรือ Standford University เปิดให้นักเรียนสมัครในโควค้าพิเศษเรียกว่า Restrict Early Action ซึ่งนักเรียนสามารถลงสมัครแล้วไม่สามารสมัคร Early Decision หรือ Early Action ที่อื่นได้ แต่สามารถสมัครช่วง RegularและRolling Admission perid ซึ่งหากนักเรียนสามารถเลือกที่จะไปมหาลัยที่สมัครนี้หรือปฏิเสธก็ได้ ไม่ถือว่าเป็นการสมัครบังคับ (Binding Decision)
2.) ระบบรับนักเรียนในรอบทั่วไป (Regular Admission)
Regular Decision คือการสมัครในรอบปกติ โดยนักเรียนทั้วไปจะสมัครในช่วงหลัง Midterm ขอเทอม 1 และรอบนี้จะมีผู้สมัครมากที่สุด โรงเรียนส่วนใหญจะปิดรับสมัครในเดือนธันวาคม(โรงเรียนฝั่งตะวันตก) ถึงเดือนกุมภาพันธ์(โรงเรียนในภาคตะวันออก) เพราะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบใบสมัครนานกว่ารอบEarlyเพราะจำนวนนักเรียนที่สมัครมีเยอะกว่ารอบEarly แต่จำนวนรับนักเรียนก็จะลดลงเพราะมหาลัยได้รับนักเรียนกี่งหนึ่งจากระบบEarly Action, Early Decision และ Restrict Early Action
หากนักเรียนต้องการสมัครทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัย ควรจะสมัครก่อนสิ้นเดือนมกราคม เพราะมหาลัยต้องการเอกสารเพิ่มเติมในการขอทุนภายในเดือนมีนาคมและนักเรียนที่จะขอทุนต้องได้รับเอกสารตอบรับจากมหาลัยภายในเดือนกุมภาพันธ์เท่านัน
3.)ระบบเปิดจนกว่าจะรับนักเรียนครบโควต้า (Rolling Admission)
Rolling Admission จะเป็นระบบที่ใช้ในโรงเรียนรัฐหรือเอกชนใหญ่ๆ คือหากรับนักเรียนเต็มโควต้าแล้วค่อยปิด ไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าจะปิดเมื่อไร บางสถานบันปิดเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ทั้งนี้Rolling Admissionไม่ได้เป็นตัวบอกว่าเป็นมหาลัยชั้นรองแบบที่คนไทยคิด เพราะมหาลัยtop100 อย่าง Penn state หรือ Iowa State ก็ใช้ระบบนี้ในการรับนักเรียน
✨แนะนำเรียนต่ออเมริกาและนิวซีแลนด์จากนักเรียนเก่า✨
🌱Wyoming Sem ‘03, Iowa state ’08, NYFA ‘10, UCLAx’16🌳
02-127-0808
